News : Meeting the Sonductor

By : HIFI Critic / Audio Review Magazine, vol.9/No2 กรกฏาคม – กันยายน 2015

Steve Harris พูดคุยกับ Ole Lund Christensen วิศวกรชาวเดนมาร์กเกี่ยวกับเทคนิคของเขา เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของห้องฟังสำหรับการรับฟังระบบเสียงอย่างจริงจัง

ในการแสดงเครื่องเสียงครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน, ผมได้เคยพบกับชายคนหนึ่งผู้ซึ่งใส่ใจในเรื่องการรับฟังอย่างมากๆ (hi-fi enthusiast) ซึ่งรู้สึกเสียอารมณ์และสับสน เนื่องเพราะระบบเสียงราคาแพงของเขา ไม่ได้ฟังดีเหมือนที่เคยเป็นมา, และในความเป็นจริงแล้ว ณ ตอนนี้ชุดเครื่องเสียงของเขานั้นก็ฟังห่วยเอามากๆ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ตัวเขาเองมีความสุขในการฟังอย่างสมบูรณ์ และเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปเลย จึงน่าจะมีอะไรผิดพลาด? สภาพเยี่ยงนี้เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากที่เขาแต่งงาน แล้วย้ายออกจากวิลล่าสไตล์วิคตอเรียนเพดานสูงของพ่อแม่ มาอยู่ในบ้านยุคใหม่สไตล์ทันสมัย นับแต่นั้น, ระบบเสียงของเขาก็จบเห่ในการส่งมอบเสียงเฉกเช่นที่เคยเป็นมา, เขาได้ตระหนักแล้วถึงสิ่งที่เราทุกคนในตอนนี้ก็รู้ดีว่า ห้องฟังนั้นมีส่วนช่วยอย่างมากต่อเสียงที่เราท่านได้ยินได้ฟัง
ห้องทุกห้องล้วนมีความแตกต่างกันไป บางห้องก็ดูเหมือนจะสามารถทำให้ได้รับความเพลิดเพลินในระบบเสียงได้เกือบทุกซิสเต็ม, ทว่าบางห้องก็มีสภาพแวดล้อมทางอะคูสติกที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายน่ารื่นรมย์ใจเหมาะสำหรับการพักผ่อนและการพูดคุยในขณะที่กำลังมิได้ฟังเพลงกัน ซึ่งห้องอื่นๆ อีกมากอาจให้ผลในทางตรงข้ามกัน ไม่เคยให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายใจ, และในห้องเช่นนั้นลำโพงก็ไม่เคย “ร้องเพลง” ได้เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น แน่ล่ะว่าห้องไหนๆ ก็สามารถทำการปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง ด้วยการปรับเปลี่ยนสภาพอะคูสติกโดยการเลือกใช้วัสดุต่างๆ แต่ทางออกที่เยี่ยมยอดที่สุดนั้น ก็คือสร้างห้องฟังขึ้นมาโดยเฉพาะ พร้อมด้วยอะคูสติกชั้นเลิศ ซึ่งก็คงเป็นเพียงแค่ความฝันสำหรับพวกเราส่วนใหญ่
วิศวกรท่านหนึ่งได้แสดงให้เราเห็นว่า ความฝันนี้สามารถจะทำให้เป็นจริงได้-ด้วยวิธีใด เขาผู้นั้นคือ Ole Lund Christensen จากเดนมาร์ก Christensen มีพื้นฐานด้านการออกแบบสตูดิโอบันทึกเสียง และระบบเสียงระดับมืออาชีพ ทว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา, เขาได้ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบเสียงและห้องฟังในบ้านซะเป็นส่วนมาก เมื่อเร็วๆ นี้ผมสามารถติดตามความคืบหน้าของห้องที่ Christensen ได้สร้างขึ้นสำหรับลูกค้าชาวอังกฤษ ซึ่งรู้ซึ้งถึงผลลัพธ์ที่จะได้รับจากการสร้างห้องฟังในฝันนี้ ถึงกับได้มอบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดให้กับ Christensen เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการรับฟังที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายในพื้นที่บ้านของเขา
เริ่มแรกกับบทสรุปจากลูกค้าที่เพิ่งย้ายบ้านออกไป เพื่อเตรียมการสร้างห้องที่จะเพิ่มศักยภาพของการรับฟังเพลงระบบสเตอริโอสองแชนเนลระดับไฮ-เอนด์ที่มีอยู่ให้ได้มาซึ่งศักยภาพสูงสุด นอกจากนี้ห้องดังกล่าวยังต้องมีสภาพแวดล้อมที่ถึงพร้อมต่อระบบเสียงหลายแชนแนลสำหรับการชมภาพยนตร์อีกด้วย Christensen กล่าวถึงข้อกำหนดอันดับแรกสุด นั่นคือความเงียบ, เนื่องเพราะรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จะไม่สามารถได้ยินได้ชัด หากไม่มีเสียงพื้นหลังที่เงียบสงัด (silent background) “สตูดิโอบันทึกเสียงและ BBC รู้เรื่องนี้มาเนิ่นนานหลายปีแล้ว และก็ได้กำหนดมาตรฐานหลายอย่างเอาไว้ ปัญหาใหญ่ที่สุดคือเครื่องปรับอากาศ!” สำหรับการติดตั้งของลูกค้ารายนี้ Christensen ได้ทำการสร้างห้องซ้อนห้องขึ้นมา โดยมีพื้นยกลอยอัดแน่นด้วยวัสดุเส้นใย rockwool ซึ่งหนาถึง 1 ฟุตคั่นระหว่างผนังโครงสร้างกับผนังที่กรุด้วยผ้าของห้องฟัง อีกทั้งเครื่องปรับอากาศยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยเพิ่มความยาวท่อแอร์จนกระทั่งไม่ได้ยินเสียงลมในพื้นที่ห้องฟังอย่างสิ้นเชิง พร้อมด้วยการติดตั้งฉนวนป้องกันเสียงรบกวนตามมาตรฐานสตูดิโอบันทึกเสียง จึงไม่ได้ยินเสียงแทรกซ้อนจากห้องอื่นใดในส่วนที่เหลือของบ้าน อย่างไรก็ตาม, มันเป็นไปไม่ได้ที่จะป้องกันเสียงเบสบางส่วนรั่วไหลไปยังห้องด้านล่าง ด้วยข้อจำกัดทางด้านความสูง รวมไปถึงเมื่อเวลาที่รับฟังระดับเสียงดังมากๆ แต่ก็อย่างที่ลูกค้าบอก: “ตราบที่ผมอยู่ในบ้านนี้, ผมก็ไม่ได้ถูกรบกวนอะไรนะ!”
ดูเหมือนจะชัดเจนว่า เมื่อเราฟังเพลงที่บ้าน, เราเองต้องการได้ยินเสียงร้อง และเสียงเครื่องดนตรีเหมือนกับที่ทุกๆ อย่างได้รับการบันทึกไว้ ดังนั้นทุกคนก็จะคิดว่า เราจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงสภาพที่มีส่วนสนับสนุนด้านอะคูสติกเสียงของห้องฟัง เราไม่เพียงต้องการได้ยินเสียงโดยตรงที่มาจากลำโพงของเรา และไม่มีอะไรอื่นยิ่งไปกว่านั้นอีกแล้ว-ใช่ไหม? เกือบจะใช่, แต่ก็ไม่เชิงนัก…“ห้องไร้เสียงสะท้อน (Anechoic rooms) นั้นมีมานานแล้ว ในฐานะเครื่องมืออย่างหนึ่งเพื่อการค้นคว้าวิจัย และโดยธรรมชาติแล้ว ผู้ทำการค้นคว้าวิจัยต่างก็ตั้งวางลำโพงคู่หนึ่งเอาไว้ และนั่งฟังบนเก้าอี้ในห้องนั้น” Christensen กล่าว “และสุ้มเสียงของมันก็ฟังดูน่าอุบาทว์-เลวร้าย! มันเป็นสภาพแวดล้อมประดิษฐ์ที่ทำเทียมขึ้นมา ไม่เหมือนสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง ดังนั้นมันจึงสวนทางกับการรับฟังเสียงเพลงด้วยความเพลิดเพลินโดยสิ้นเชิง”
ในความเป็นจริง, เราต้องการห้องฟังที่มีสภาพอะคูสติกที่ให้ความรู้สึกโล่งสบายเมื่อเราเดินเข้าไปและนั่งลงฟังเพลง แต่ในขณะเดียวกันห้องนั้นก็ต้องยินยอมให้ระบบลำโพงนำเสนอได้ทั้งเสียงที่ได้บันทึกไว้ ร่วมกับเสียงอะคูสติกของมันเอง โดยไม่มีข้อแม้ หรือขีดจำกัด สำหรับการจำแนกเสียงจากลำโพงคู่หนึ่งในห้องๆ หนึ่งนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนด้วยกัน ประการแรกสุด, เสียงโดยตรงจากลำโพง ประการถัดมา, เสียงสะท้อนในช่วงต้น (early reflections) …เสียงต่างๆ ภายในห้องเล็กๆ ที่จะมาถึงหูของผู้ฟังในช่วงเวลาเพียงแค่ไม่กี่มิลลิวินาทีถัดมา โดยเสียงนั้นสะท้อนออกจากผนังด้านข้าง, พื้น หรือ เพดาน และประการท้ายสุด, ในที่สุดเสียงก็มาถึงเราหลังจากที่ได้สะท้อนไปทั่วห้อง ด้วยเวลานานขึ้นไปอีกนิดนึง ก่อนจะมาถึงหูผู้ฟัง ทั้งนี้ในห้องแสดงคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ เสียงจะถูกทำให้สะท้อนจนนานพอที่จะแพร่กระจายตัว (diffuse) และกลายสภาพเป็นเสียงก้อง (reverberation); การสะท้อนช่วงแรกยาวๆ เลยนั้น นั่นจะให้ข้อมูลเสียงที่ประหนึ่งว่า อยู่ในพื้นที่ขนาดใหญ่
โดยเฉลี่ยห้องฟังเพลงในบ้านทั่วไปมีแนวโน้มว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของพลังงานเสียงที่มาถึงหูผู้ฟังนั้น จะสะท้อนมาจากพื้นผิวต่างๆ ของห้อง, ไม่ใช่จากลำโพงโดยตรง สมองของเราพยายามโฟกัสไปที่เสียงตรง (direct sound) ซึ่งลำโพงปล่อยออกมา แต่ก็ต้องผูกสัมพันธ์กับเสียงสะท้อนอย่างต่อเนื่องด้วย ทั้งนี้ Christiansen ได้กล่าวว่า “ที่จริงแล้วห้องฟังที่ ‘ปกติ’ เหล่านี้ นับเป็นฝันร้ายในการทำงานของสมอง” – “และจำเพาะเนื่องเพราะว่า เรามีพลังในการประมวลผลจำนวนมหาศาล และสมองก็ทำงานได้ดีมาก เราจึงไม่ได้ใส่ใจกับมัน”

 

 

Showroom

Private Ville 19/37 (Between Huamark 11 and 13) Huamark Road , Huamark , Bangkapi , Bangkok 10240 , Thailand

Open:

Monday-Satureday

(11.00-19.00)

080-0804858 , 098-209-5994

02-115-2088

Social & Chat

ข่าว : Meeting the Sonductor

โดย : HIFI Critic / Audio Review Magazine, vol.9/No2 กรกฏาคม – กันยายน 2015

Steve Harris พูดคุยกับ Ole Lund Christensen วิศวกรชาวเดนมาร์กเกี่ยวกับเทคนิคของเขา เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของห้องฟังสำหรับการรับฟังระบบเสียงอย่างจริงจัง

ในการแสดงเครื่องเสียงครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน, ผมได้เคยพบกับชายคนหนึ่งผู้ซึ่งใส่ใจในเรื่องการรับฟังอย่างมากๆ (hi-fi enthusiast) ซึ่งรู้สึกเสียอารมณ์และสับสน เนื่องเพราะระบบเสียงราคาแพงของเขา ไม่ได้ฟังดีเหมือนที่เคยเป็นมา, และในความเป็นจริงแล้ว ณ ตอนนี้ชุดเครื่องเสียงของเขานั้นก็ฟังห่วยเอามากๆ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ตัวเขาเองมีความสุขในการฟังอย่างสมบูรณ์ และเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปเลย จึงน่าจะมีอะไรผิดพลาด? สภาพเยี่ยงนี้เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากที่เขาแต่งงาน แล้วย้ายออกจากวิลล่าสไตล์วิคตอเรียนเพดานสูงของพ่อแม่ มาอยู่ในบ้านยุคใหม่สไตล์ทันสมัย นับแต่นั้น, ระบบเสียงของเขาก็จบเห่ในการส่งมอบเสียงเฉกเช่นที่เคยเป็นมา, เขาได้ตระหนักแล้วถึงสิ่งที่เราทุกคนในตอนนี้ก็รู้ดีว่า ห้องฟังนั้นมีส่วนช่วยอย่างมากต่อเสียงที่เราท่านได้ยินได้ฟัง
ห้องทุกห้องล้วนมีความแตกต่างกันไป บางห้องก็ดูเหมือนจะสามารถทำให้ได้รับความเพลิดเพลินในระบบเสียงได้เกือบทุกซิสเต็ม, ทว่าบางห้องก็มีสภาพแวดล้อมทางอะคูสติกที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายน่ารื่นรมย์ใจเหมาะสำหรับการพักผ่อนและการพูดคุยในขณะที่กำลังมิได้ฟังเพลงกัน ซึ่งห้องอื่นๆ อีกมากอาจให้ผลในทางตรงข้ามกัน ไม่เคยให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายใจ, และในห้องเช่นนั้นลำโพงก็ไม่เคย “ร้องเพลง” ได้เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น แน่ล่ะว่าห้องไหนๆ ก็สามารถทำการปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง ด้วยการปรับเปลี่ยนสภาพอะคูสติกโดยการเลือกใช้วัสดุต่างๆ แต่ทางออกที่เยี่ยมยอดที่สุดนั้น ก็คือสร้างห้องฟังขึ้นมาโดยเฉพาะ พร้อมด้วยอะคูสติกชั้นเลิศ ซึ่งก็คงเป็นเพียงแค่ความฝันสำหรับพวกเราส่วนใหญ่
วิศวกรท่านหนึ่งได้แสดงให้เราเห็นว่า ความฝันนี้สามารถจะทำให้เป็นจริงได้-ด้วยวิธีใด เขาผู้นั้นคือ Ole Lund Christensen จากเดนมาร์ก Christensen มีพื้นฐานด้านการออกแบบสตูดิโอบันทึกเสียง และระบบเสียงระดับมืออาชีพ ทว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา, เขาได้ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบเสียงและห้องฟังในบ้านซะเป็นส่วนมาก เมื่อเร็วๆ นี้ผมสามารถติดตามความคืบหน้าของห้องที่ Christensen ได้สร้างขึ้นสำหรับลูกค้าชาวอังกฤษ ซึ่งรู้ซึ้งถึงผลลัพธ์ที่จะได้รับจากการสร้างห้องฟังในฝันนี้ ถึงกับได้มอบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดให้กับ Christensen เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการรับฟังที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายในพื้นที่บ้านของเขา
เริ่มแรกกับบทสรุปจากลูกค้าที่เพิ่งย้ายบ้านออกไป เพื่อเตรียมการสร้างห้องที่จะเพิ่มศักยภาพของการรับฟังเพลงระบบสเตอริโอสองแชนเนลระดับไฮ-เอนด์ที่มีอยู่ให้ได้มาซึ่งศักยภาพสูงสุด นอกจากนี้ห้องดังกล่าวยังต้องมีสภาพแวดล้อมที่ถึงพร้อมต่อระบบเสียงหลายแชนแนลสำหรับการชมภาพยนตร์อีกด้วย Christensen กล่าวถึงข้อกำหนดอันดับแรกสุด นั่นคือความเงียบ, เนื่องเพราะรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จะไม่สามารถได้ยินได้ชัด หากไม่มีเสียงพื้นหลังที่เงียบสงัด (silent background) “สตูดิโอบันทึกเสียงและ BBC รู้เรื่องนี้มาเนิ่นนานหลายปีแล้ว และก็ได้กำหนดมาตรฐานหลายอย่างเอาไว้ ปัญหาใหญ่ที่สุดคือเครื่องปรับอากาศ!” สำหรับการติดตั้งของลูกค้ารายนี้ Christensen ได้ทำการสร้างห้องซ้อนห้องขึ้นมา โดยมีพื้นยกลอยอัดแน่นด้วยวัสดุเส้นใย rockwool ซึ่งหนาถึง 1 ฟุตคั่นระหว่างผนังโครงสร้างกับผนังที่กรุด้วยผ้าของห้องฟัง อีกทั้งเครื่องปรับอากาศยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยเพิ่มความยาวท่อแอร์จนกระทั่งไม่ได้ยินเสียงลมในพื้นที่ห้องฟังอย่างสิ้นเชิง พร้อมด้วยการติดตั้งฉนวนป้องกันเสียงรบกวนตามมาตรฐานสตูดิโอบันทึกเสียง จึงไม่ได้ยินเสียงแทรกซ้อนจากห้องอื่นใดในส่วนที่เหลือของบ้าน อย่างไรก็ตาม, มันเป็นไปไม่ได้ที่จะป้องกันเสียงเบสบางส่วนรั่วไหลไปยังห้องด้านล่าง ด้วยข้อจำกัดทางด้านความสูง รวมไปถึงเมื่อเวลาที่รับฟังระดับเสียงดังมากๆ แต่ก็อย่างที่ลูกค้าบอก: “ตราบที่ผมอยู่ในบ้านนี้, ผมก็ไม่ได้ถูกรบกวนอะไรนะ!”
ดูเหมือนจะชัดเจนว่า เมื่อเราฟังเพลงที่บ้าน, เราเองต้องการได้ยินเสียงร้อง และเสียงเครื่องดนตรีเหมือนกับที่ทุกๆ อย่างได้รับการบันทึกไว้ ดังนั้นทุกคนก็จะคิดว่า เราจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงสภาพที่มีส่วนสนับสนุนด้านอะคูสติกเสียงของห้องฟัง เราไม่เพียงต้องการได้ยินเสียงโดยตรงที่มาจากลำโพงของเรา และไม่มีอะไรอื่นยิ่งไปกว่านั้นอีกแล้ว-ใช่ไหม? เกือบจะใช่, แต่ก็ไม่เชิงนัก…“ห้องไร้เสียงสะท้อน (Anechoic rooms) นั้นมีมานานแล้ว ในฐานะเครื่องมืออย่างหนึ่งเพื่อการค้นคว้าวิจัย และโดยธรรมชาติแล้ว ผู้ทำการค้นคว้าวิจัยต่างก็ตั้งวางลำโพงคู่หนึ่งเอาไว้ และนั่งฟังบนเก้าอี้ในห้องนั้น” Christensen กล่าว “และสุ้มเสียงของมันก็ฟังดูน่าอุบาทว์-เลวร้าย! มันเป็นสภาพแวดล้อมประดิษฐ์ที่ทำเทียมขึ้นมา ไม่เหมือนสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง ดังนั้นมันจึงสวนทางกับการรับฟังเสียงเพลงด้วยความเพลิดเพลินโดยสิ้นเชิง”
ในความเป็นจริง, เราต้องการห้องฟังที่มีสภาพอะคูสติกที่ให้ความรู้สึกโล่งสบายเมื่อเราเดินเข้าไปและนั่งลงฟังเพลง แต่ในขณะเดียวกันห้องนั้นก็ต้องยินยอมให้ระบบลำโพงนำเสนอได้ทั้งเสียงที่ได้บันทึกไว้ ร่วมกับเสียงอะคูสติกของมันเอง โดยไม่มีข้อแม้ หรือขีดจำกัด สำหรับการจำแนกเสียงจากลำโพงคู่หนึ่งในห้องๆ หนึ่งนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนด้วยกัน ประการแรกสุด, เสียงโดยตรงจากลำโพง ประการถัดมา, เสียงสะท้อนในช่วงต้น (early reflections) …เสียงต่างๆ ภายในห้องเล็กๆ ที่จะมาถึงหูของผู้ฟังในช่วงเวลาเพียงแค่ไม่กี่มิลลิวินาทีถัดมา โดยเสียงนั้นสะท้อนออกจากผนังด้านข้าง, พื้น หรือ เพดาน และประการท้ายสุด, ในที่สุดเสียงก็มาถึงเราหลังจากที่ได้สะท้อนไปทั่วห้อง ด้วยเวลานานขึ้นไปอีกนิดนึง ก่อนจะมาถึงหูผู้ฟัง ทั้งนี้ในห้องแสดงคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ เสียงจะถูกทำให้สะท้อนจนนานพอที่จะแพร่กระจายตัว (diffuse) และกลายสภาพเป็นเสียงก้อง (reverberation); การสะท้อนช่วงแรกยาวๆ เลยนั้น นั่นจะให้ข้อมูลเสียงที่ประหนึ่งว่า อยู่ในพื้นที่ขนาดใหญ่
โดยเฉลี่ยห้องฟังเพลงในบ้านทั่วไปมีแนวโน้มว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของพลังงานเสียงที่มาถึงหูผู้ฟังนั้น จะสะท้อนมาจากพื้นผิวต่างๆ ของห้อง, ไม่ใช่จากลำโพงโดยตรง สมองของเราพยายามโฟกัสไปที่เสียงตรง (direct sound) ซึ่งลำโพงปล่อยออกมา แต่ก็ต้องผูกสัมพันธ์กับเสียงสะท้อนอย่างต่อเนื่องด้วย ทั้งนี้ Christiansen ได้กล่าวว่า “ที่จริงแล้วห้องฟังที่ ‘ปกติ’ เหล่านี้ นับเป็นฝันร้ายในการทำงานของสมอง” – “และจำเพาะเนื่องเพราะว่า เรามีพลังในการประมวลผลจำนวนมหาศาล และสมองก็ทำงานได้ดีมาก เราจึงไม่ได้ใส่ใจกับมัน”

 

 

โชว์รูม

หมู่บ้านไพรเวทวิลล์ 19/37 ( ระหว่างหัวหมากซอย 11 กับ หัวหมากซอย 13 ) ถนน หัวหมาก แขวง หัวหมาก เขต บางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

เปิดทำการ:

เปิดทำการ

(11.00-19.00)

080-0804858 , 098-209-5994

02-115-2088

Social & Chat